Beer Curve

Beer Curve เราคือเบียร์ที่แตกต่าง

Draft Beer มักจะอยู่ในรูปแบบ Keg หรือถัง เป็นเบียร์ที่ยังไม่ผ่าน pasteurization process ต้องเก็บรักษาให้เย็นอยู่ตลอดเวลา...
30/09/2022

Draft Beer มักจะอยู่ในรูปแบบ Keg หรือถัง เป็นเบียร์ที่ยังไม่ผ่าน pasteurization process ต้องเก็บรักษาให้เย็นอยู่ตลอดเวลา เก็บได้ไม่นาน มีความสดกว่า รสชาติดีกว่าเบียร์แบบขวด ที่ผ่าน pasteurization process และเจอกับความร้อนในกระบวนการบรรจุใส่ขวด ทำให้รสชาติเสียไป

นอกจากนี้ Draft Beer มักเสริฟจาก tap ใส่แก้ว เราจะได้เบียร์ที่มีฟองนุ่มปิดอยู่ด้านบน ทำให้การดื่มเบียร์ ได้รสชาติที่ดีมากขึ้น

การผลิตเบียร์ จะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ MacroBrews คือการผลิตเบียร์แบบโรงงานโดยการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในปริมาณมาก อีกป...
28/09/2022

การผลิตเบียร์ จะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
MacroBrews คือการผลิตเบียร์แบบโรงงานโดยการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในปริมาณมาก

อีกประเภทเรียกว่า Craft Beer หรือ MicroBrews คือการผลิตเบียร์แบบ handmade หมักในถัง มีกำลังการผลิตต่อปีไม่มากนัก เน้นขายในบริเวณท้องถิ่น และมีการปรุงแต่งให้มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว โดยการใช้ malt ที่ผลิตจากวัตถุดิบท้องถิ่น

เบียร์มีอยู่สองประเภทหลัก คือ เอลล์ (Ales)  และ ลาเกอร์ (Lager)🍻🍺เอลล์ (Ales) เบียร์หมักยีสต์ลอยหน้า คือที่เกิดจากการหมั...
27/09/2022

เบียร์มีอยู่สองประเภทหลัก คือ เอลล์ (Ales) และ ลาเกอร์ (Lager)🍻

🍺เอลล์ (Ales)
เบียร์หมักยีสต์ลอยหน้า คือที่เกิดจากการหมักขึ้นที่ด้านบนสุดของถังหมัก
ถูกหมักที่อุณหภูมิสูงกว่าลาเกอร์เบียร์ ประมาณ 10-15 องศา
ใช้เวลาหมักน้อยกว่าลาเกอร์เบียร์ ประมาณ 2-3 สัปดาห์
เบียร์มีสีเข้ม รสชาติเข้มข้น

🍺ลาเกอร์ (Lager beer)
เบียร์หมักยีสต์นอนก้น คือ เกิดจากการหมักขึ้นที่ก้นของถังหมัก
ลาเกอร์เบียร์หมักที่อุณหภูมิไม่เกิน 5 องศา
ลาเกอร์ถูกหมักที่อุณหภูมิเย็นกว่า ส่งผลให้ได้เบียร์ที่ใส สด และเรียบเนียนกว่าเบียร์เอลล์
ใช้เวลาหมักมากกว่าเอลล์ ประมาณ 4 สัปดาห์
เบียร์ที่ผลิตจากผู้ผลิตยักษ์ใหญ่เกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ Lagers

🍺Lambic Beer (เบียร์แลมบิค) ผลิตจากยีสต์ชนิดพิเศษ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเบลเยี่ยม และในปัจจุบัน กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก...
24/09/2022

🍺Lambic Beer (เบียร์แลมบิค) ผลิตจากยีสต์ชนิดพิเศษ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเบลเยี่ยม และในปัจจุบัน กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก มักจะมีรสชาติเปรี้ยวสดชื่น วิธีการผลิต Lambic Beer (เบียร์ลัมบิค) ตามประเพณีดั้งเดิม คือ ผลิตในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่สิงหาคม จนถึงเมษายน โดยการบ่มในถังไม้อีกหลายปีก่อนจะสามารถนำมาดื่มได้

🍺Fruit Beer (เบียร์ผลไม้) หรือ Kriek Beer (ครีคเบียร์)มักจะมีการเติม Morello Cherry (เชอร์รี่ โมเรลโล) รสเปรี้ยว เข้าไปในการผลิตเพื่อเพิ่มกลิ่น และรสอันเป็นเอกลักษณ์ มักจะให้คาแรคเตอร์เข้มข้นผลไม้ สดใส สดชื่น สามารถดื่มคู่กับ ผลไม้, ช็อกโกแลต, และชีสเนื้อนุ่ม ได้เป็นอย่างดี

กดติดตามเพจ Curve เพื่อไม่พลาดข่าวสาร สาระสำคัญของ Beer คลังความรู้ต่างๆที่นำเสนอ เรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน รวมไว้ที่น...
22/09/2022

กดติดตามเพจ Curve เพื่อไม่พลาดข่าวสาร สาระสำคัญของ Beer
คลังความรู้ต่างๆที่นำเสนอ เรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน รวมไว้ที่นี้แล้วที่ Curve

🍺Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) ผลิตโดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 7-12 องศาเซลเซียส (ต่ำกว่าเบียร์เอล) หมักแบบ Bottom-Fermenting Yea...
22/09/2022

🍺Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) ผลิตโดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 7-12 องศาเซลเซียส (ต่ำกว่าเบียร์เอล) หมักแบบ Bottom-Fermenting Yeast (ยีสต์หมักนอนก้น) หรือยีสต์ที่จมอยู่ที่ก้นภาชนะ เมื่อเสร็จสิ้นการหมัก นั่นเอง เบียร์ลาเกอร์มีคาแรคเตอร์ที่สดชื่น, สะอาด และนุ่มนวล โดยจะแยกย่อยลงไปอีก ดังนี้

🍺Pale Lager (เพลลาเกอร์) และ Pilsner (พิลส์เนอร์)เป็นเบียร์ยอดนิยมของคอเบียร์ทั่วโลกเลยก็ว่าได้ มักจะให้สีที่สว่างสดใส, สัมผัสรสของข้าวมอลต์หนักแน่น และสดชื่น, ฟองละเอียด และแอลกอฮฮล์สูง สามารถดื่มคู่กับ เนื้อปลา, อาหารรสเผ็ด, เช่นอาหารเอเชีย เป็นต้น

🍺Bock (บ็อค)เป็นเบียร์มีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี, ให้สีเข้ม, โดดเด่นด้วยกลิ่น และรสชาติของ Malt (มอลต์) และ Hops (ฮอปส์) ควรดื่มคู่กับ เนื้อวัว เนื้อหมู แฮม เป็นต้น

🍺Dunkel (ดุงเคล) เป็น Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนีเช่นเดียวกัน, มีสีเข้ม, มีปริมาณแอลกอฮอล์สูง, มักจะให้รสของช็อกโกแลต, กาแฟ และชะเอม ควรดื่มคู่กับ เนื้อวัว, ผัก และชีสที่มีรสเผ็ด เป็นต้น

🍺 Ale Beer (เบียร์เอล) ผลิตโดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 18- 24 องศาเซลเซียส และหมักแบบ Top-Fermenting Yeast (ยีสต์หมักลอยผิว) ค...
20/09/2022

🍺 Ale Beer (เบียร์เอล) ผลิตโดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 18- 24 องศาเซลเซียส และหมักแบบ Top-Fermenting Yeast (ยีสต์หมักลอยผิว) คือการที่ยีสต์ จะลอยอยู่ที่ผิวหน้าของเบียร์เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการหมัก ความโดดเด่นของเบียร์เอลนั้น อยู่ที่รสชาติค่อนไปทางหวาน, มีสีหลากหลาย ตั้งแต่ทองสว่าง จนถึงสีน้ำตาล โดยแตกต่างกันไปตามเมล็ดข้าวที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต และแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีก ดังนี้

🍺Wheat Beer (วีทเบียร์) / Weissbier (ไวซ์เบียร์) / Hefeweizen (เฮเฟอไวเซ็น) เบียร์ที่โดดเด่นด้วยสีเหลืองสว่าง และรสสัมผัสที่สดชื่นเช่น Wheat Beer (วีทเบียร์) เหมาะจะดื่มคู่กับ อาหารทะเล, เนื้อไก่, หมู, สลัด หรือชีสเนื้อนุ่มก็ได้เช่นกัน

🍺Pale Ale (เพลเอล) มีเอกลักษณ์แสนสะดุดตาด้วยสีสว่าง ให้รสสัมผัสของ Malt (ข้าวมอลต์) และ Hops (ฮอปส์) ที่หนักแน่น ควรดื่มคู่กับ ปลา, อาหารทะเล, Cheddar Cheese (เชดด้าชีส) และเนื้อ เป็นต้น

🍺India Pale Ale (อินเดียเพลเอล) หรือ IPA (ไอพีเอ)เป็นเบียร์ที่แตกออกมาจาก Pale Ale (เพลเอล) อีกทีหนึ่ง เป็นเบียร์ที่ให้สีทองสว่าง จนถึงเข้ม และด้วยรสที่เน้น Hops (ฮอปส์) จึงมีรสติดขมที่ปลายลิ้นอีกด้วย ควรดื่มคู่กับ เนื้อ และปลา เป็นต้น

🍺Amber Ale (อัมเบอร์เอล)มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศเบลเยี่ยม (Belgium) และถูกเรียกว่า "Amber" หรือ "อัมพัน" จากสีน้ำตาลสวยคล้ายกับอัมพัน มีรสชาติค่อนไปทางหวาน จากการใส่ Malt (ข้าวมอลต์) ที่ค่อนข้างเยอะลงไปในการผลิต สามารถดื่มคู่กับ เนื้อหมู, ปลา และบลูชีส (Blue Cheese) ได้

🍺Stout (สเตาท์)เป็นเบียร์ที่นำ Malt (ข้าวมอลต์) หรือ Barley (ข้าวบาเลย์) มาคั่วก่อนที่จะนำไปหมัก และผสม Hops (ฮอปส์) เพียงเล็กน้อย จึงให้รสชาติที่ค่อนข้างหวาน และให้กลิ่นคล้ายช็อกโกแลต, เมล็ดกาแฟแฟคั่ว หรือข้าวโอ๊ต Stout Beer (เบียร์สเตาท์) จึงเข้าได้ดีกับ เนื้อที่ผ่านการย่าง เช่น บาร์บีคิว, เบอร์เกอร์ รวมถึง ช็อกโกแลต อีกด้วย

🍺Porter (พอร์เตอร์) Porter (พอร์เตอร์) ผลิตขึ้นจาก Malt (ข้าวมอลต์) ที่ผ่านการคั่ว และอบ ด้วยความร้อนที่สูงกว่า Stout Beer (เบียร์สเตาท์) จึงให้รสสัมผัสที่หนักแน่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความสดชื่น, สดใส อีกด้วย เหมาะกับการจับคู่กับอาหารหนัก ๆ เช่น เนื้อแดง, ช็อกโกแลต และชีสเนื้อแข็ง

🍺Beer (เบียร์) เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ Ale (เอล), Lager (ลาเกอร์) และ Lambic (...
18/09/2022

🍺Beer (เบียร์) เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ Ale (เอล), Lager (ลาเกอร์) และ Lambic (เบียร์ลัมบิค) ซึ่งเบียร์ทั้งสามชนิดนี้ ถูกแบ่งตามระดับอุณหภูมิ และ Yeast (ยีสต์) ที่ใช้ในการผลิตนั่นเอง...เรามาดูกันเลยว่า Beer (เบียร์) แต่ละประเภท จะแยกย่อยออกเป็นสไตล์อะไรกันได้อีกบ้าง !!?

🍺Ale Beer (เบียร์เอล) ผลิตโดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 18- 24 องศาเซลเซียส และหมักแบบ Top-Fermenting Yeast (ยีสต์หมักลอยผิว) คือการที่ยีสต์ จะลอยอยู่ที่ผิวหน้าของเบียร์เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการหมัก ความโดดเด่นของเบียร์เอลนั้น อยู่ที่รสชาติค่อนไปทางหวาน, มีสีหลากหลาย ตั้งแต่ทองสว่าง จนถึงสีน้ำตาล โดยแตกต่างกันไปตามเมล็ดข้าวที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต

🍺Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) ผลิตโดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 7-12 องศาเซลเซียส (ต่ำกว่าเบียร์เอล) หมักแบบ Bottom-Fermenting Yeast (ยีสต์หมักนอนก้น) หรือยีสต์ที่จมอยู่ที่ก้นภาชนะ เมื่อเสร็จสิ้นการหมัก นั่นเอง เบียร์ลาเกอร์มีคาแรคเตอร์ที่สดชื่น, สะอาด และนุ่มนวล

🍺Lambic Beer (เบียร์แลมบิค) ผลิตจากยีสต์ชนิดพิเศษ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเบลเยี่ยม และในปัจจุบัน กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก มักจะมีรสชาติเปรี้ยวสดชื่น วิธีการผลิต Lambic Beer (เบียร์ลัมบิค) ตามประเพณีดั้งเดิม คือ ผลิตในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่สิงหาคม จนถึงเมษายน โดยการบ่มในถังไม้อีกหลายปีก่อนจะสามารถนำมาดื่มได้

🍺เบียร์มีส่วนผสมหลัก 4 อย่างคือ น้ำ  – เป็นส่วนประกอบสำคัญประมาณ 90% ขึ้นไป มีเกลือแร่ต่างๆด้วย จึงทำให้เบียร์มีรสชาติต่...
16/09/2022

🍺เบียร์มีส่วนผสมหลัก 4 อย่างคือ

น้ำ – เป็นส่วนประกอบสำคัญประมาณ 90% ขึ้นไป มีเกลือแร่ต่างๆด้วย จึงทำให้เบียร์มีรสชาติต่างกันไป

ฮ็อพ (Hobs) – เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งใช้เพื่อรักษาความสมดุลหรือเพิ่มรสชาติของเบียร์ ฮ็อพทำให้เบียร์มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ข้าวบาร์เลย์ที่นำมาเพาะและอบให้แห้ง (Barley malt) - จะทำให้เกิดน้ำตาลที่ยีสต์สามารถกินได้

ยีสต์ (Yeast) – จุลินทรีย์ที่กินน้ำตาลที่พบในข้าวบาร์เลย์ และแปลงเป็นแอลกอฮอล์และก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ (ฟอง)

🧊เมื่อรวมส่วนผสมหลักเหล่านี้เข้าด้วยกันในกระบวนการหมักเราก็จะได้เบียร์ขึ้นมา
🍻เบียร์รสชาติแปลกๆ ของแต่ละยี่ห้อ ก็จะใส่ส่วนผสมอื่นๆ เข้าไปเพื่อสร้างรสชาติที่แตกต่างกัน

🍺เบียร์ เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่ที่สุดและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับส...
13/09/2022

🍺เบียร์ เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่ที่สุดและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับสามทั้งหมด รองจากน้ำดื่มและชา
🍻เบียร์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของหลายประเทศและมีความเกี่ยวข้องกับประเพณีทางสังคม
🍺กระบวนการหมักของแป้ง ส่วนมากมาจากมอลต์ข้าวบาร์เลย์ แม้กระทั่งข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว และข้าวโอ๊ตก็ใช้ได้เช่น ในช่วงขั้นตอนการกลั่นเบียร์ กระบวนการหมักของแป้งนั้น น้ำตาลในวอร์ต จะก่อให้เกิด เอทานอลและคาร์บอนเนชั่นในเบียร์ที่ได้ออกมา

🌾เบียร์สมัยใหม่ส่วนใหญ่จะกลั่นด้วยฮอปส์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความขมและรสชาติอื่น ๆ และทำหน้าที่เป็นสารกันบูดและสารคงตัวตามธรรมชาติ สารแต่งกลิ่นรสอื่น ๆ เช่น กรู๊ต สมุนไพร หรือผลไม้ซึ่งอาจจะรวมทั้งหรือการใช้แทนฮอปส์
🌾เบียร์ที่เห็นกันตามท้องตลาดส่วนใหญ่จะถูกจัดจำหน่ายในรูปแบบขวดและกระป๋อง และยังมีการจัดจำหน่ายเบียร์แบบสด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานบันเทิง อุตสาหกรรมการกลั่นผลิตเบียร์เป็นธุรกิจระดับโลก ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทข้ามชาติที่มีชื่อเสียงหลายแห่งและผู้ผลิตรายย่อยกลายพันรายตั้งแต่โรงเบียร์ไปจนถึงโรงเบียร์ระดับภูมิภาค ความแรงของเบียร์สมัยใหม่มักจะอยู่ที่ประมาณ 4% ถึง 6% ของแอลกอฮอล์โดยปริมาตร(ABV) แม้ว่าอาจจะแตกต่างกันระหว่าง 0.5% ถึง 20% โดยโรงเบียร์บางแห่งได้สร้างตัวอย่างที่มีประมาณ 40% ขึ้นไปของแอลกอฮอล์โดยปริมาตร

สิ่งใหม่ๆพร้อมเกิด เมื่อเรากล้า
08/09/2022

สิ่งใหม่ๆพร้อมเกิด เมื่อเรากล้า

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Beer Curve posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

  • Address
  • Alerts
  • Claim ownership or report listing
  • Want your business to be the top-listed Convenience Store?

Share